ตรวจสอบโดเมน
all .com .net .org
.info .co.th .go.th .mi.th
.in.th .net.th .or.th .edu
.biz .cc .tv .name
รับข่าวสารทางอีเมล
   

Linux Server กับ Windows Server อะไรดีกว่ากัน ?

View : 10362

Linux Server กับ Windows Server อะไรดีกว่ากัน ?
 
ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องแม่ข่าย ( Server) ที่ทำงานบน PC นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ค่ายใหญ่ๆ ซึ่งก็คือ Microsoft มี Microsoft Windows Server 2003 เป็นหัวหอกหลัก และค่าย Linux ซึ่งมี Red Hat EnterpriseLinux เป็นทัพหน้า ระบบปฏิบัติการทั้งสองพยายามที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดซึ่งกันและกัน โดยขับเคี่ยวอย่างหนักตลอดมา แต่ไม่ว่าไมโครซอฟต์จะพยายามอย่างไรก็ตาม Linux ก็ยังจะเป็นตัวเลือกแรกสำหรับ Network Admin เสมอเราลองมาดูกันบ้างดีกว่าว่า Linux เหนือกว่า Windows ตรงไหน
 
 
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายเลือก Linux ก็คือฟรี !! และยังคงมีความเชื่อกันว่า Linux ปลอดภัยกว่า Windows ถึงแม้ว่าในการประชุม RSA Conference เมื่อวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาจะแสดงให้เห็นว่าระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Server มีชัยเหนือ Linux ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยก็ตาม แม้ว่าระบบปฏิบัติการWindows จะมีไวรัสและโทรจันหลายตัวมุ่งทำลาย แต่เมื่อมีการค้นพบช่องโหว่ใหม่ๆในระบบปฏิบัติการ ไมโครซอฟต์จะออกแพตช์ตามมาโดยเฉลี่ยภายใน 30 วันทันที ซึ่งแตกต่างจากในกรณีของ Red Hat Linux ซึ่งกว่าจะมีการออกแพตช์ออกมาจะใช้เวลาโดยเฉลี่ยถึง 71 วัน
 
ปัจจัยถัดมาที่ทำให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายเลือก Linux ก็คือมันสามารถใช้คำสั่ง UNIX ในการจัดการกับตัวระบบปฏิบัติการได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากในกรณีของ Windows Server ซึ่งหากผู้ดูแลระบบเครือข่ายนั้นเคยชินกับระบบUNIX มาก่อน ก็ย่อมจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การใช้งานบน Windows Server ใหม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม Linux ยังสามารถคงความเร็วในการใช้งานไว้ได้อย่างดี ยกเว้นในสภาพของการใช้งานบน X-Window ซึ่งทำให้ระบบช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
 
Linux เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายเดียวในปัจจุบันที่ไม่มีระบบ Directory Service ซึ่งไม่ว่าจะเป็น Solarisหรือ Netware รวมทั้ง Microsoft Active Directory ด้วย การที่ Linux ไม่มีบริการ Directory Service นั้นความจริงทำให้ Linux ด้อยลงกว่าผู้ผลิตระบบปฏิบัติการเครือข่ายรายอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะว่า Directory Service จะทำให้เกิดการบริการแบบรวมศูนย์ (Centralized Management) และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการพิสูจน์ตัวตน( Authentication) กับเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย ระบบ Directory Service ยังให้ข้อดีอย่างอื่นอีกเช่น Application ต่างๆสามารถนำข้อมูลมาจัดเก็บไว้ใน Directory หรือผสานกับ Directory เพื่อเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ Application นั้นๆ อีกด้วย ตัวอย่างของ Application ที่ทำงานบน Directoryก็คือ Microsoft DNS Server ที่สามารถสร้าง Zone File ที่เป็นแบบ Active Directory Integrated ซึ่งให้ข้อดีสำหรับDNS Server ก็คือมันจะเป็น Multi-Master ตามธรรมชาติของ Active Directory ไม่ว่าผู้ดูแลระบบจะไปแก้ไข Zone Fileที่ DNS Server ใดก็ตาม ข้อมูลใน Zone File จะถูก Replicate ไปยังทุกๆ DNSServer ที่อยู่ใน Domain นั้นๆ
 
การจัดการระบบ Linux จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการติดตั้งระบบเครือข่ายบน Linux ให้มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องทำงานบน Text Mode ซึ่งแตกต่างจากบน Windows Server ซึ่งสามารถจัดการระบบเครือข่ายได้จากGraphic Enabled Console ได้ทันที โดยบางครั้งผู้ดูแลระบบสามารถที่จะ Query ข้อมูลต่างๆของระบบ Network ได้จากConsole เดียว โดยการใช้ Microsoft Management Console (MMC) ซึ่งสามารถเพิ่ม Snap-in ได้มากมาย ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถดูแลได้ทั้ง DNS Server, DHCP Server, Active Directory รวมไปถึง SQL Server และ Exchange Server ได้ในหน้าจอเดียวเลยทีเดียว !!!
 
ระบบ Domain ของ Windows Server ในปัจจุบันพัฒนาไปมาก ไม่ว่าจะในเรื่องของความปลอดภัย ความง่ายดายในการดูแลรักษา และความยืดหยุ่นและการขยายระบบก็เป็นไปได้ง่ายกว่าระบบเครือข่ายที่ใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการ
 
แต่จุดอ่อนที่ทำให้ Windows Server เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ได้รับความนิยมน้อยกว่า Linux ก็คือเป็นระบบปฏิบัติการราคาแพง และยึดติดกับแพลตฟอร์ม PC เท่านั้น แตกต่างจาก Linux ซึ่งสามารถรันได้บน CPU หลากหลายประเภทและข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งของ Linux ก็คือมันเป็น Open Source ซึ่งมี Application ให้ใช้มากมายทั่วทุกมุมโลกโดยผู้ดูแลระบบก็ยังสามารถที่จะ Compile Kernel ของ Linux ให้มีความสามารถตามที่เราต้องการได้อีกด้วย
 
แต่ในเมื่อ Windows ยังครองตลาด Desktop และ Mobile Computing อยู่ ทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต่างๆ สนใจที่จะพัฒนา Driver ของอุปกรณ์ของคนให้สามารถทำงานบน Microsoft Windows ได้ ซึ่ง Microsoft เองก็ได้มีการออกมาตรฐานWDM (Windows Driver Model) ซึ่งทำให้ Driver เพียงตัวเดียวสามารถใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows ทุกรุ่นที่รองรับWDM ซึ่งได้แก่ Microsoft Windows 98 เป็นต้นมา Linux จึงเกิดอาการ Lack of Device Driver ซึ่งทำให้บางครั้งบนServer มีการอัพเกรดเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆ แต่ Linux ไม่รู้จัก ต้องรออีกสักระยะหนึ่งจึงจะมี Driver สำหรับ Linux ออกมาการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆก็จะทำให้เกิดการหยุดทำงานของ Server หรือ Server ทำงานได้ด้อยประสิทธิภาพลงเนื่องจากขาดHardware Driver หรือใช้ Hardware Driver ที่ไม่เหมาะสม
 
Windows System ยังมีระบบ Group Policy ที่สามารถกำหนดความสามารถของ User หรือ Computer ได้ ไม่ว่าาจะเป็นการจำกัดการเข้าถึงโฮสต์ในระบบเครือข่ายหรือการเรียกใช้งานโปรแกรมต่างๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือการติดตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ โดยใช้เทคโนโลยี Windows Installer ซึ่งไม่มีบน Linux การกำหนด Policy ยังสามารถทำได้ในหลายระดับไม่ว่าจะเป็นระดับ Domain หรือ Organizational Unit (OU) และ Site ซึ่งหากคุณกำหนด Policy อย่างเหมาะสมแล้วก็จะเป็นการป้องกันระบบเครือข่ายของคุณจากการโจมตีของ Virus หรือ Trojan ต่างๆได้เป็นอย่างดีครับ
 
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการเครือข่ายใดก็ตาม ก็ขอให้มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และคุ้มค้าที่สุดสำหรับองค์กรของคุณ
 
บทความโดย LittleGates
http://www.overclockzone.com/LittleGates/03-05/win_linux/
รับทำเว็บไซต์